เมื่อพูดถึงคำว่า “EUREKA” ซึ่งเป็นภาษากรีกแปลว่า “ฉันค้นพบแล้ว” ทุกคนย่อมคิดถึงอาร์คิมิดิส์ (Archimedes) นักปราชญ์ชาวกรีกที่โลกจดจำ ซึ่งเป็นทั้งนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักฟิสิกส์ และวิศวกร ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นนำในสมัยคลาสสิก ผู้คิดค้นนวัตกรรมเครื่องจักรกลหลายชิ้นที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งคือ “ปั๊มเกลียว (screw pump)” หนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ที่มาของวิชาแคลคูลัสสมัยใหม่ ผู้ที่คิดวิธีคำนวณพื้นที่ใต้เส้นโค้งพาราโบลา (parabola) ผู้กำหนดนิยามแก่วงก้นหอยของอาร์คิมิดีส (Archimedean spiral) ผู้คิดค้นสมการหาปริมาตรของรูปทรงที่เกิดจากพื้นผิวที่ได้จากการหมุน (surface of revolution) และคิดค้นระบบสำหรับใช้บ่งบอกตัวเลขจำนวนใหญ่มากๆ (exponentiation)
เรื่องเล่าที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดเกี่ยวกับอาร์คิมิดีส คือการที่เขาค้นพบกลวิธีในการหาปริมาตรของวัตถุซึ่งมีรูปร่างแปลก ๆ สมัยพระเจ้าเฮียโรที่ 2 (King Hiero II) พระองค์ทรงขอร้องให้อาร์คิมิดีสช่วยตรวจสอบว่ามีการฉ้อโกงโดยผสมเงินลงไปในการสร้างมงกุฎทองคำบริสุทธิ์หรือไม่ โดยมงกุฎจะต้องไม่เสียหาย อาร์คิมิดีสใช้เวลาครุ่นคิดอยู่หลายวันก็ยังคิดไม่ออก วันหนึ่งขณะที่เขากำลังแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ เขาสังเกตว่าระดับน้ำในอ่างเพิ่มสูงขึ้นจนล้นอ่าง ทันใดนั้นเองก็เคยความคิดแว๊บขึ้นมาได้ว่า วิธีการนี้สามารถใช้ในการหาปริมาตรของมงกุฎได้ เพราะเมื่อมงกุฎถูกจุ่มลงไปในน้ำ ปริมาตรของน้ำที่ล้นออกมาย่อมเท่ากับปริมาตรของมงกุฎนั่นเอง เมื่อนำปริมาตรมาหารด้วยมวลของมงกุฎ ก็สามารถหาค่าความหนาแน่นของมงกุฎได้ ถ้ามีการผสมโลหะราคาถูกอื่นเข้าไป ค่าความหนาแน่นนี้จะต่ำกว่าค่าความหนาแน่นของทองคำ อาร์คิมิดีสวิ่งออกไปยังท้องถนนทั้งที่ยังแก้ผ้า ด้วยความตื่นเต้นจากการค้นพบครั้งนี้จนลืมแต่งตัว แล้วร้องตะโกนว่า “ยูเรก้า!” (แปลว่า ฉันค้นพบแล้ว!) การทดสอบจัดทำขึ้นอย่างประสบผลสำเร็จ และพิสูจน์ได้ว่ามีการผสมเงินเข้าไปในมงกุฎจริงอย่างที่พระเจ้าเฮียโรที่ 2 ทรงสงสัย
ทำไมเรามักปิ๊งคำตอบหรือไอเดียเจ๋งๆ ในห้องน้ำ
หลายครั้งที่บางท่านพยายามคิดหาไอเดียใหม่ๆ หรือพยายามคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาที่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกซะที แต่วันดีคืนดีก็มีความคิดเจ๋งๆ หรือคำตอบที่แว๊บเข้ามาในหัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตอนที่เราไม่ได้คิดเรื่องหนักหัวพวกนั้น เช่นขณะขับรถเพลินๆ ขณะกำลังอาบน้ำ ขณะกำลังออกกำลังกาย ทำครัว อยู่คนเดียวเพลินๆ ความคิดหรือคำตอบที่แว๊บเข้ามานั้นเร็วมากจนเรากลัวที่จะลืมต้องรีบหาอะไรมาจดไว้ซะก่อน ความคิดหรือคำตอบที่แว๊บเข้ามานั้นอาจเรียกชื่อว่าเป็น “Eureka moment (ยูเรก้าโมเม้นท์)” หรือ “Aha moment (อะฮ้าโมเม้นท์)” หรือคำที่คนไทยใช้บ่อยๆ คือ “ปิ๊งไอเดีย !” บางท่านอาจเรียกว่า “ปิ๊งแว๊บ !”
นักวิทยาศาสตร์ทางด้านสมองและระบบประสาทได้ศึกษาปรากฎการณ์ “Eureka moment” และค้นพบว่าการปิ๊งไอเดียนั้น เป็นเหตุการณ์ช่วงสั้นๆ ที่คนคนหนึ่งเกิดญาณตระหนักรู้แจ้งเห็นจริงอย่างกระจ่างชัด (moment of insight) และการที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ สมองของคนคนนั้นจะต้องรู้สึกผ่อนคลายเพื่อให้สมองส่วนหน้าซึ่งเป็นสมองด้านความคิด (executive area) สามารถส่งสัญญาณประสาทเชื่อมโยงกับสมองที่อยู่ด้านหลังได้ดีขึ้น ทำให้เกิดการกระตุ้นกลีบของสมองข้างขวาที่ชื่อว่า anterior superior temporal gyrus ซึ่งเป็นสมองพื้นที่เล็กๆ บริเวณเหนือใบหูด้านขวาของเรา เป็นที่บรรจุประสบการณ์การเรียนรู้รวมถึงสัญชาติญาณที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้สมองส่วนนี้มีหน้าที่รับผิดชอบทำให้เกิดการปิ๊งไอเดีย หรือ moments of insight
นักวิจัยค้นพบว่าประมาณ 5 วินาทีก่อนที่เราจะเกิด “eureka moment” สมองเราจะสร้างคลื่นไฟฟ้าสมองที่มีความถี่อยู่ในช่วงอัลฟ่า (ความถี่ประมาณ 8 ถึง 12 เฮิร์ต) ซึ่งเป็นคลื่นไฟฟ้าสมองที่สามารถกรตุ้นกลีบสมองส่วน anterior superior temporal gyrus คลื่นความถี่อัลฟ่าเหล่านี้ปกติจะเกิดในขณะที่เราผ่อนคลาย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงปิ๊งคำตอบหรือไอเดียเจ๋งๆ ได้ขณะที่เราไม่เครียด หรือขณะกำลังเดินเล่น หรือขณะขับรถฟังเพลง ขณะอาบน้ำ หรือแม้กระทั่งขณะที่เรากำลังประกอบกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำ
References:
1. http://en.wikipedia.org/wiki/Archimedes (Retrieved May 4th, 2015)
2. Erin Brodwin. Here’s where ‘aha!’ moments come from. www.businessinsider.com (Retrieved May 5th, 2015)
3. www.blog.pickcrew.com Posted by Mikael Cho (Retrieved May 5th, 2015)
Sorry. No data so far.