บทความ

 

 

 

3 Questions To Ask Yourself Before Disagreeing With Your Boss 

 

3 คำถามที่ต้องถามตัวเองก่อนที่จะไม่เห็นด้วยกับเจ้านาย โดย Bryant Galindo

 

เรียบเรียงโดย นพ.มนตรี แสงภัทราชัย (โค้ช SmartKid) 

 

มีความเป็นไปได้ว่าในบางโอกาสคุณอาจรู้สึกไม่เห็นด้วยกับเจ้านายของคุณ อาจเป็นเพราะโปรเจคหรือไอเดีย หรือแม้กระทั่งสไตล์การบริหารของเขาที่ไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่

แน่นอนว่าคำถามที่ทำให้คุณลังเลคือ “คุณควรจะพูดมันออกมาหรือไม่?” ปัจจุบันพนักงานส่วนใหญ่อยากแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาในที่ทำงาน

แต่ !! คุณแน่ใจรึยังว่าการที่คุณจะแสดงออกว่าคุณไม่เห็นด้วยมันคุ้มค่าเวลาและพลังงานของคุณหรือเปล่า โดยเฉพาะถ้าคนนั้นคือนายของคุณ ???

เรื่องที่พนักงานมักไม่ค่อยลงรอยกับเจ้านายตัวเองส่วนใหญ่หลีกไม่พ้นเรื่อง “ปัญหาการสื่อสาร” และ “สไตล์การบริหารงาน/คน” ซึ่งอาจถูกเรียกรวมๆ ว่าเป็น “วัฒนธรรมของบริษัท (company culture)”

 

แต่ถ้าหากคุณยังต้องการแสดงความเห็นของคุณอยู่ล่ะก้อ 
แน่นอนว่าคุณต้องเลือกกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดพอที่จะเอาชนะเจ้านายของคุณได้
โดยไม่ถูกมองว่าก้าวร้าวหรือมีบาดแผลติดตัวมาภายหลัง

 

 

4 เหตุผลหลักๆ ที่คุณอาจมีความเห็นไม่ลงรอยกับนายของคุณ

 

1. เป้าหมายหรือความคาดหวังของเจ้านายที่ไม่อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง (Unrealistic Expectations/ Goals)

2. คุณขาดความเชื่อมั่นในตัวนาย (Lack of Confidence in Boss)

3. คุณมีไอเดียหรือความเห็นที่ขัดแย้งกับนาย (Opposing Ideas or Opinions)

4. คุณยึดคุณค่าในการทำงาน หรือมีบุคลิกภาพ หรือสไตล์ ที่แตกต่างจากนายของคุณ (Different Values, Personality or Style)

 

ดังนั้นครั้งต่อไปหากคุณมีเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกับนายของคุณ ลองตั้งสติแล้วถาม 3 คำถามนี้กับตัวเองก่อน

 

 คำถามที่ 1. มันคุ้มมั้ย (จ๊ะ) ? 

(Is it worth it?)

 

ใช่ว่าทุกสงครามจะคุ้มค่ากับการเสียแรงฟาดฟัน เพราะบางสงครามเปลืองตัวไปก็ไม่คุ้ม !

เช่นเดียวกับเรื่องในที่ทำงาน ไม่ใช่ว่าทุกประเด็นจะคุ้มค่ากับการถูกหยิบยกขึ้นมาพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณยังต้องการความก้าวหน้าในบริษัทนั้นอยู่ ให้ลองตั้งข้อสังเกตว่า

 

ประเด็นไหนที่สำคัญกับตัวคุณจริงๆ

โดยพิจารณาว่าคุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นโดยตรงมากน้อยแค่ไหน และหาเหตุผลหลายๆ ข้อว่าทำไมคุณถึงไม่เห็นด้วยกับนายของคุณในเรื่องดังกล่าว

การเลือกสงครามที่จะต่อสู้ นั่นหมายความว่าคุณควรจะรู้แน่ๆ ว่าทำไมคุณถึงไม่เห็นด้วยกับเจ้านาย ซึ่งควรอยู่บนพื้นฐานการตัดสินใจที่ว่าสิ่งนั้นมันส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมกับที่ทำงานหรือกับทีมงานอย่างชัดเจน และ

 

ต้องมั่นใจว่าเหตุผลที่คุณขัดแย้งกับนายไม่ใช่เพราะอารมณ์ความรู้สึกชั่ววูบของคุณ (personal feelings)

 

ลองนึกภาพดูว่า หากคุณหยิบประเด็นบางอย่างให้เจ้านายรับทราบ แต่สุดท้ายท่านกลับพบว่าประเด็นที่คุณหยิบยกมานั้นแท้จริงเป็นเพียงความรู้สึกหรือความเห็นส่วนตัวของคุณเท่านั้น … คุณคิดว่าเรื่องนี้จะทำให้คุณรู้สึกอับอายได้ขนาดไหน !!

 

 

คำถามที่ 2. มันมีประโยชน์ต่อธุรกิจของบริษัทหรือเปล่า

(Is there a business benefit?)

 

นายของคุณไม่มีทางยอมรับหรือเปลี่ยนใจแน่นอนหากเรื่องที่คุณบอกไม่ใช่เรื่องที่คุณรับผิดชอบโดยตรง นี่คือความจริง เป็นสถิติ หรือ เป็นเพียงทางเลือกเสริมที่เขาไม่เคยคิดถึง แต่หากเรื่องนั้นส่งผลกำไรอย่างรวดเร็วต่อธุรกิจ รับรองว่านายของคุณจะยอมรับฟังสิ่งที่คุณพูดมากขึ้นแน่นอน

 

คราวนี้ลองมาดูว่า แล้วผลประโยชน์ทางธุรกิจอะไรบ้างล่ะที่นายคุณอยากฟัง

 

 

1. เรื่องที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัท (It brings more money)

2. เรื่องที่ช่วยเพิ่มผลประกอบการ (นอกเหนือจากตัวเงิน) (Increased productivity)

3. เรื่องที่คุ้มค่าใช้จ่ายของบริษัทมากที่สุด (Spending is maximized)

4. เรื่องที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Greater efficiency)

5. เรื่องที่ช่วยลดต้นทุนของบริษัท (Costs are lowered)

6. เรื่องที่ช่วยให้กระบวนการทำงานคล่องตัวมากขึ้น (Streamlined process or operation)

 

ดังนั้นถ้าคุณต้องการเสนอแนะเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าให้ดีขึ้น (CRM – Customer Relationship Management) แต่กลับเป็นว่ามันไม่ค่อยตอบโจทย์ด้านธุรกิจของบริษัทตาม 6 เรื่องข้างต้น

หากเป็นเช่นนั้น คุณลองปรึกษาหารือหรือขอ feedback จากเพื่อนร่วมงานของคุณก่อนจะดีกว่า

 

 

คำถามที่ 3. นายของคุณเป็นคนเปิดกว้างหรือเปล่า ?

(Is my boss open?)

 

ถ้าคำตอบคือ “ไม่ใช่” ก็แสดงว่าอย่าดันทุรังโน้มน้าวนายของคุณ บ่อยครั้งที่เราพบว่าผู้บังคับบัญชาหลายท่านเป็นส่วนผสมอุ่นๆ ของการยอมเปิดใจรับฟังบางสิ่ง แต่ปิดตายกับคนบางคน ดังนั้นมันขึ้นกับคุณแล้วว่าคุณจะรู้ได้อย่างไรและจะเลือกนำเสนอในรูปแบบไหนจึงจะถูกจริตกับนายของคุณ

 

 

 

ลองมาดูกันสิว่า เจ้านายของคุณมีจริตแบบไหน? โดยสังเกตได้จากองค์ประกอบ 3 อย่างในตัวเขา

  1. สังเกตจากรูปแบบการสื่อสาร (Communication Pattern) เช่น เป็นคนที่ชอบสอน ชอบบอก หรือ เป็นคนที่ชอบวิจารณ์ ชอบคอมเมนท์
  2. สังเกตจากสไตล์การบริหารจัดการ (Management Style) เช่น เป็นคนที่ต้องการความชัดเจน หรือชอบการตัดสินใจเป็นทีม หรือเป็นคนที่ชอบสั่ง หรือเป็นคนที่เน้นเป้าหมายเป็นหลัก
  3. สังเกตจากบุคลิกภาพ (Personality Traits) เช่น เป็นคนคิดบวก เข้าใจอะไรง่ายๆ เห็นอกเห็นใจคนอื่น ยุติธรรม เป็นที่น่าเคารพ หรือ เป็นคนที่คิดลบ ไม่มีเหตุผล เพ้อเจ้อ ชอบพูดจาเหน็บแนม และ ขี้โม้

 

 

หากถ้านายของคุณเป็นประเภทชอบวิจารณ์ ชอบคอมเมนท์ในที่ประชุม แล้วบังเอิญคอมเมนท์เหล่านั้นดูเหมือนไม่ค่อยมีความเป็นไปได้สักเท่าไหร่ ในสถานการณ์เช่นนี้คุณควรคุยประเด็นที่คุณไม่เห็นด้วยกับเขาแบบตัวต่อตัว ดีกว่ายกประเด็นขึ้นมาถกในที่ประชุม เพราะถือว่าคุณให้เกียรติตำแหน่งของเขาโดยไม่ทำให้เขาเสี่ยงที่จะถูกรุมกลางที่ประชุม ซึ่งมักได้ผลดีและทำให้งานของคุณถูกบงการน้อยลงและคืบหน้าได้ง่ายขึ้น

 

 

โดยสรุปก็คือ
  • ไม่ว่าสงครามใดๆ ก็ตาม การวางแผนกลยุทธ์และการเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างดีสามารถทำให้เกิดความแตกต่างระหว่าง “ความเป็น กับ ความตาย” ได้เลยทีเดียว
  • เพื่อไม่ให้เกิดมหันตภัยในที่ทำงานของคุณ และเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวคุณเอง คุณก็ควรจะสร้างความสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพกับเจ้านายแม้ในสถานการณ์ที่คุณเกิดความไม่เห็นด้วยกับนายของคุณก็ตาม เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้ความเห็นของคุณเป็นที่ยอมรับได้มากขึ้น เมื่อถึงโอกาสต่อไปคุณก็จะค้นพบเองว่าคุณควรทำอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ที่คุณไม่เห็นด้วยกับเจ้านายของคุณ

 

 

Bryant Galindo - CEO ของ Workplace Collaborations 
- ปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Political Science and International Relations) 
จาก Pepperdine University 
- ปริญญาโทด้านการต่อรองและการแก้ปัญหาความขัดแย้ง (Negotiation and Conflict Resolution) 
จาก Columbia University.

 

ขอขอบคุณบทความต้นฉบับจาก https://www.jopwell.com/thewell/posts/3-questions-to-ask-yourself-before-disagreeing-with-your-boss

 

 

 

 

 

 

 

 

 

view 0
นายแพทย์มนตรี แสงภัทราชัย (โค้ช SmartKid)

นายแพทย์มนตรี แสงภัทราชัย (โค้ช SmartKid)

Professional Certified Coach (PCC), ICF
Executive & Leader Coach
Brain-based Coach